“อลงกรณ์” มั่นใจปี 2566 เปิดประตูอีสานขนส่งสินค้าเกษตรสู่ยุโรปและแปซิฟิกสำเร็จ หลัง”กรกอ.”เห็นชอบร่างแผนพัฒนาสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมอีสานตอนบนรองรับการลงทุนเพิ่มรายได้เกษตรกร



นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2566 โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมภาค หน่วยงานส่วนราชการส่วนกลางส่วนภูมิภาคและผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกว่า 70 คน ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ด้วยโปรแกรม Zoom Meeting โดยมีหัวข้อสำคัญในการประชุม ดังนี้

1) ความก้าวหน้าโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำและการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามในการส่งออกต่างประเทศ ( Aqua Feed & Ornamental Freshwater Fish Industry : AFOF)
2) การดำเนินงานของคณะอุตสาหกรรมความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ระดับภาค (กรกอ.ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันออก และใต้)
3) ความก้าวหน้าการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เชื่อมบิ๊กดาต้ากับภาครัฐและภาคเอกชน
4) การส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตภาคเกษตร



นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าเกษตรที่สำคัญตามศักยภาพแบบครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1
(หนองคาย อุดรธานี เลย หนองบัวลำภูและบึงกาฬ) และตอนบน 2 (นครพนม มุกดาหารและสกลนคร)



นายอลงกรณ์กล่าวว่า กลุ่มอีสานตอนบน1-2 มี 8 จังหวัดเป็นพื้นที่มีศักยภาพด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรภายใต้นโยบายเชื่อมอีสานเชื่อมโลกและนโยบายประตูอีสานหรืออีสานเกตเวย์ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ.และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์นับแต่มีการเปิดเส้นทางรถไฟจีน-ลาวเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564
ทำให้สามารถส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศจีนได้สำเร็จเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2565

กระทรวงเกษตรร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และภาครัฐภาคเอกชนเช่นสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยและกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการประสานงานกับคาซัคสถานและบริษัทดีพี.เวิลด์(DP World) ของรัฐบาลดูไบตั้งแต่ปลายปี 2562 ในการขยายการขนส่งสินค้าเกษตรผ่านจีนไปประเทศในเอเชียกลาง ตะวันออกกลางและยุโรป รวมทั้งการเปิดเส้นทางขนส่งใหม่จากนครพนมผ่านลาวไปยังท่าเรือหวุ่งอ๋างของเวียดนาม มั่นใจว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้ เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคอีสานและประเทศไทย



“กรกอ.จะเดินหน้าต่อในปี 2566 สำหรับโครงการเรือธง 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหารเพื่อกระจายฐานการลงทุนและการแปรรูปสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรเพิ่มรายได้เกษตรกรและโครงการเกษตรแม่นยำ 5 ล้านไร่หลังจากบรรลุผลสำเร็จแล้ว 2 ล้านไร่
เป็นการจับคู่ระหว่างเกษตรแปลงใหญ่กับบริษัทโรงงานขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเกษตร.” นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด
ศูนย์ข่าวพญาเหยี่ยว

 
เว็บสำเร็จรูป
×